Mr.Bell แชร์เทคนิคเบื้องต้นในการเตรียมพร้อมกู้เงินซื้อบ้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวไปดูบ้านทุกท่าน ผม Mr.Bell กลับมารายงานตัวอีกครั้งครับ วันนี้มาพร้อมกับเทคนิคดีๆ ในการเตรียมพร้อมกู้ซื้อบ้านและประเมินตนเองเบื้องต้น สำหรับขอกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัย เช่น คอนโด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว มาฝากครับ

ก่อนขอสินเชื่อซื้อบ้านผมอยากให้เพื่อนๆ ตรวจสอบสุขภาพทางการเงินของครอบครัวดูก่อนครับ ว่าทุกวันนี้รายรับและรายจ่ายของครอบครัวของเราเป็นอย่างไร ติดลบ หรือมีเหลือเก็บ หรือมีพอใช้แบบเดือนชนเดือน เราจะได้ประเมินตนเองได้คร่าวๆ ว่าจะมีโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากน้อยเพียงใด

การกู้เงินซื้อบ้าน

เรามาวางแผนสำหรับการกู้ซื้อบ้านล่วงหน้ากันครับ สำหรับผู้ที่มีรายได้แบบเดือนชนเดือน เงินเก็บก็มีอยู่น้อยนิด รถยนต์ก็ยังต้องผ่อน บัตรเครดิตก็รูดผ่อนสินค้าที่อยากได้ทุกเดือน แต่ก็อยากมีบ้านเป็นของตนเอง ใจสู้คิดว่าถ้าหากซื้อบ้านราคาประมาณนี้สามารถส่งค่างวดต่อเดือนไหวแน่นอน ฝันให้ไกลไปให้ถึงครับ หากเรามีการวางแผนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การชำระหนี้ และหารายได้เสริม ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสให้เราสามารถผ่อนบ้านโดยไม่เป็นทุกข์ อยู่บ้านอย่างมีความสุขครับ

เรามาดูกันครับว่าจะเตรียมพร้อมกู้เงินเพื่อซื้อบ้านอย่างไรสำหรับผู้มีรายได้แบบใช้จ่าย เดือนชนเดือน

1. หนี้ผ่อนรถยนต์

สำหรับเพื่อนๆที่มีภาระต้องผ่อนรถยนต์ หากค่างวดในการผ่อนรถยนต์เกินหรือประมาณครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่เราได้รับ เป็นเรื่องธรรมดาครับโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารจะต้องน้อยลงแน่นอนครับ เพราะเงินก้อนใหญ่ครึ่งหนึ่งที่คุณได้รับหมดไปกับการผ่อนรถยนต์เสียแล้ว และไหนจะค่ากิน ค่าอยู่อีก เงินจะมีเหลือพอส่งค่าบ้านไหมน้า … ปัญหานี้คงต้องให้คุณสามีหรือคุณภรรยามากู้ร่วมด้วยแล้วครับ หรือให้ใครคนใดคนหนึ่งที่มีภาระหนี้น้อยสุดเป็นผู้กู้คนเดียวจะดีที่สุดครับ

สุดท้ายเกี่ยวกับยอดหนี้การกู้ซื้อรถทุกกรณี ไม่ว่าจะทำเรื่องกู้ซื้อรถให้ญาติโดยใช้ชื่อเรา แต่เราไม่ได้ผ่อนเอง ให้ญาติเป็นผู้ผ่อน หนี้สินส่วนนี้ก็คือหนี้ของเราครับ ต้องถูกนำมาคิดคำนวณในการกู้ซื้อบ้านทั้งสิ้นครับ

2. หนี้บัตรเครดิต

สมัยนี้ไม่ว่าจะกินอะไร ซื้ออะไร ไปไหน ก็จ่ายเงินสะดวดรวดเร็ว เพียงแค่มีบัตรเครดิตเท่านั้นเองครับ บางสินค้ามี Promotion แรงๆ ผ่อน 0% นาน 6, 12 … เดือน ยิ่งซื้อยิ่งผ่อนไปเรื่อยๆจากสินค้าราคาหลักร้อยถึงหลักพัน พอนานๆเข้ายอดบัตรเครดิตก็เยอะขึ้นเป็นหลักหมื่นหักแสนเลยครับ 555 ผมขอแนะนำเลยครับว่าหากต้อง การจะกู้ซื้อบ้าน ควรที่จะชำระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เงินกู้ … ให้หมดหรือน้อยที่สุดก่อนครับ เพราะยอดที่คุณ Shopping ไปในแต่ละเดือน ทางธนาคารจะเอามาคิดหักลบกับรายได้ของเพื่อนๆครับ

เล่าสนุกๆครับ สมัยที่ผมกู้ซื้อบ้านทางธนาคารที่ให้กู้บอกว่าให้ปิดยอดบัตรเครดิตให้หมดก่อนแล้วส่งหลักฐานเช่นบิลที่ปิดยอดมาให้ด้วย OK ผมไม่รอช้ารีบนำเงินสดไปชำระหนี้เรียบร้อย ต่อมาธนาคารบอกว่าให้ยกเลิกการใช้บัตรใบนั้นไปเลย เพราะเค้ากลัวว่าหากวันข้างหน้าผมเอาบัตรเครดิตไปใช้จ่ายอีกแล้วจะมีเงินเหลือพอจ่ายค่าบ้านรึเปล่า ส่วนตัวผมคิดว่าสามารถจัดการรายจ่ายค่างวดบ้านตรงนี้ไหว เพราะเดี๋ยวก็มีรายได้เสริมงานโน้นงานนี้อีก แต่ใครเขาจะเชื่อเราครับ เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน สุดท้ายก็ต้องยกเลิกบัตรเครดิตไป 1 ใบ เสียดายคะแนนสะสมอยู่เหมือนกันครับไม่ได้เอาไปแลกเลยเพราะรีบปิดบัตร

หลังจากกู้ซื้อบ้านผ่านต่อมาไม่นานก็แอบทำบัตรเครดิตกับธนาคารสีเขียวอีก 1 ใบ มีน้องพนักงานโทรมาชวนทำครับ ผมก็ตลกบอกไปว่าผมเป็นหนี้บ้านก้อนโตสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่านหรอกครับ น้องเค้าตอบกลับมาว่าหากธนาคารอนุมัติสินเชื่อบ้านก็ต้องประวัติทางการเงินดีซิค่ะ ทำบัตรได้ไม่เกี่ยวกันค่ะ เห็นไหมครับบัตรเครดิตทำง่ายกว่ากู้ซื้อบ้านครับ เค้าให้ปิดก็ปิดไปครับจะได้ไม่เป็นหนี้อีก ปล. ไม่ได้ส่งเสริมให้เพื่อนๆเป็นหนี้บัตรเครดิตนะครับ เพียงแต่ผม Shopping Online บ่อยจึงจำเป็นต้องทำไว้ครับ แต่ความจริงก็ใช้พวกบัตร ATM ที่เป็นเดรบิต มีบริการ Visa/Master Card ก็สามารถใช้จ่ายOnline ได้เหมือนกันอิอิ

สุดท้ายครับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทุกกรณีถือเป็นหนี้บัตรเครดิตทั้งสิ้นเพราะเราเอาเงินเค้ามาใช้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผ่อนประกันชีวิต 0% 3 เดือนก็ตาม เป็นต้น

3. เอกสาร

เรื่องเอกสารแสดงที่มาของรายได้เช่น สลิปคาร์บอน บิลเงินสด การอับเดทสมุดบัญชีธนาคารเป็นประจำจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปขอสเตทเมนท์ (Statement) ที่ธนาคารและต้องรอถึง 2-3 วันทำการ อีกทั้งยังเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วยจะช่วยให้เราเตรียมเอกสารในการยื่นขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้นครับ อย่างน้อยๆต้องเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ 6 เดือนย้อนหลังครับ

4. มองหาธนาคาร

แต่ละธนาคารมีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อที่แตกต่างกันแต่ก็ไม่มากครับ หากเรามีสภาพทางการเงินที่ดูดีในสายตาของธนาคารทุกอย่างก็ไม่ยากครับ เพราะแปลงบ้านหลังใหม่สบายใจเลยครับ บางธนาคารสามารถพิจารณาสินเชื่อให้กับผู้ที่ติดเครติดบูโรที่ได้มีการชำระหนี้หมดแล้วในระยะเวลาที่เร็วขึ้น
หลายธนาคารจัดโปรโมชั่นสำหรับการลดหย่อนดอกเบี้ยจาก MLR ในอัตราที่น่าสนใจ หรือจัดดอกเบี้ยคงที่ในช่วงปีแรกๆ หรือฟรีดอกเบี้ยช่วงเดือนแรกๆ และกู้เกิน 100 % ให้กับกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มเช่น ข้าราชการ สำคัญคือต้องดู MLR ของแต่ละธนาคารครับว่าสูงต่ำมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่แล้วถ้าหากเป็นธนาคารขนาดใหญ่ก็จะมี ดอกเบี้ย MLR ต่ำกว่าที่อื่นนิดหน่อยครับ เราก็จะจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงไปบ้าง สามารถดูอัตราดอกเบี้ยที่นี่ครับ http://www.paidobaan.com/rates-home-loans/ ลองเลือกธนาคารที่สนใจไว้สัก 2-3 ธนาคารแล้วลองยื่นเรื่องดูครับ

5. เงินเก็บก้อนเล็กๆ

ในขั้นตอนของการขอยื่นกู้ซื้อบ้านในส่วนนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากค่าถ่ายเอกสารกับค่าเดินทางไปธนาคารเพื่อส่งเอกสารครับ แต่ผมอยากให้เพื่อนๆเตรียมเงินไว้ในกรณีที่ซื้อบ้านมือสองเมื่อธนาคารพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นของเราแล้ว ปรากฏว่ามีโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติ

หลังจากนี้จะต้องมีการประเมินราคาของบ้านที่เราจะซื้อครับ ตรงนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณหลักพันครับ
ค่าใช้จ่ายอีกส่วนคือเงินสำหรับทำประกันบ้าน หากธนาคารมั่นใจแล้วว่าสุขภาพทางการเงินและหลักประกันคือตัวบ้านพร้อมที่ดินของเรามีคุณสมบัติที่ถูกต้องสามารถอนุมัติสินเชื่อให้กับเราได้ ก็จะต้องใช้เงินประมาณหลักหมื่นบาทสำหรับทำประกันบ้าน หากว่าเบี้ยประกันมากเกินไปก็สามารถลดทุนประกันลงได้โดยค่าเบี้ยประกันก็จะถูกลง ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมเงินอีกก้อนไว้สำหรับทำประกันครับ

Tips

ยื่นเอกสารกู้เงินไม่ผ่านแล้วต้องทำอย่างไรดี ต้องดูก่อนครับว่าไม่ผ่านเพราะอะไร แต่ส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุต่อไปนี้ครับ

เงินรายได้ไม่พอ คือเรามีรายจ่ายที่มากกว่าที่จะมีความสามารถในการผ่อนบ้าน เพิ่มเติมครับ อย่างที่กล่าวไปช่วงแรกๆของบทความให้เพื่อนๆพยายามเป็นหนี้ให้น้อยลงครับ

เลือกซื้อบ้านไม่เหมาะสมกับฐานะ คืออยากอยู่บ้านหลังใหญ่ คุณภาพดี แต่งบหรือเครดิตไม่ถึง สิ่งที่ช่วยแนะนำได้คือมองหาบ้านขนาดเล็กลง ราคาต่ำกว่าเดิม ดูครับ นกน้อยสร้างรังแต่พอตัวครับ เพื่อนๆรู้ไหมครับว่าบ้านหลังใหญ่ๆ ดูแลยากนะครับ หากไม่มีกำลังคนและกำลังเงินที่เพียงพอ ไหนจะทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกบ้านใช้เวลาไม่ใช่น้อยๆเลยครับ คงต้องพึ่งสาวพม่าแล้วครับ กำลังเป็นที่นิยม

แต่สำหรับคนวัยทำงานอย่างพวกเราคงไม่ต้องซื้อบ้านหลังใหญ่มากก็ได้ครับ เพราะเช้ามืดก็ต้องออกไปทำงานกว่าจะกลับบ้านอยู่กันพร้อมหน้าก็เกือบ 2 ทุ่มแล้ว ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จะอยู่บนถนนและที่ทำงานครับ ดังนั้นจึงไม่น่าเกลียดอะไรที่เราจะมองบ้านหลังเล็กๆครับ ส่วนตัวผมคิดว่าอยู่คอนโดก็ยังโอเคเลยครับ สะดวกดี แต่ไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุครับ เพราะเป็นวัยที่ต้องการพื้นที่ครับ

มุมมองของธนาคารแต่ละสาขา คือผมกำลังจะบอกว่าถึงแม้จะเป็นธนาคารเดียวกันแต่คนละสาขาก็มีมุมมองในการอนุมัติสินเชื่อที่ต่างกันครับ อย่างเช่นเมื่อก่อนผมเคยกู้ซื้อบ้านกับธนาคารสีชมพูในเขตกรุงเทพครับกู้ร่วมกับแฟน ปรากฏว่าไม่ผ่านครับ เพราะเค้าเอาค่าใช้จ่ายของทั้ง 2 คนมาคิดรวมกันบังเอิญแฟนติดผ่อนรถ 1 คันเพิ่งออกมาได้ประมาณ 1 ปีพอดีเลยครับ สุดท้ายมีญาติแฟนแนะนำให้ลองมาทำเรื่องขอกู้ซื้อบ้านที่ต่างจังหวัดดู

ปรากฏว่าได้ผลตอบลัพธ์คือ ได้รับการอนุมัติครับแถมกู้คนเดียวด้วยครับ แต่การที่เราจะซื้อบ้านที่อยู่ในกรุงเทพ โดยอาศัยการทำเรื่องซื้อบ้านผ่านธนาคารต่างจังหวัดนั้น เราจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของจังหวัดนั้นๆ หรือมีที่ทำงานในจังหวัดนั้นด้วยครับ ไม่ยากครับ ก็ทำการย้ายที่อยู่เลยครับ ใช้วิธีการย้ายปลายทางเพียงมีเจ้าบ้านเซ็นต์รับก็ได้แล้วครับ แล้วก็อย่าลืมทำบัตรประชาชนใหม่ด้วยนะครับ ที่อยู่จะได้ตรงกันครับ จากนั้นก็ทำเรื่องตามปกติได้เลยครับ

สุดท้ายผมหวังว่าบทความนี้คงจะเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆมือใหม่ที่กำลังวางแผนอยากจะมีบ้านหลังแรกเป็นของตนเอง ไม่ยากครับ หากรู้จักลดหนี้ อดออม มีการจัดการเอกสารที่ดี และมองหาบ้านที่เหมาะสมกับฐานะมือสองก็ได้มือหนึ่งก็ดี ก็จะสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้แล้วครับ อีก 1 บทความเรื่องกู้ซื้อบ้านของผมที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆได้อ่านหากเวลาอ่านต่อที่นี่เลยครับ http://www.paidobaan.com/home-loans-not-approved/ ไว้โอกาสหน้าจะมาถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้เรื่องบ้านอีกนะครับ

หากคิดว่าบทความนี้ดีมีประโยชน์ช่วยแชร์ให้คนที่คุณรักได้อ่านและกด Like http://www.facebook.com/paidobaan เพื่อรับข้อมูลข่าวสารใหม่ๆเรื่องบ้านด้วยนะครับ และถ้าเพื่อนๆมีคำถามหรือต้องการแสดงความคิดเห็นเชิญที่ comment ด้านล้างนะครับ ด้วยความยินดี

ขอบคุณที่ให้เกียรติอ่านบทความนี้จนจบครับ
Mr.Bell
www.paidobaan.com

2 Comments

  • sureerat says:

    ดิฉันมีรายได้ เฉลี่ยเดือน29000-30000บาทมีภาระผ่อนรถและสินเชื่อบุคคล ด้วย รวมๆตกเดือนล่ะ15000 จะกู้บ้านราคา 1.2ล้านผ่านมั่ยค่ะ(คนคนเดียว)

    • Mr.Bell says:

      กู้ 1.2 ล้าน หากมีเงินได้เหลือจากชำระหนี้ประมาณ 20000 บาท ก็ผ่านสบายครับ ส่วนตัวผมแนะนำให้ลด รายจ่ายสินเชื่อบุคคลลงอีกครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *