หลักการซื้อบ้านจัดสรร สำหรับมือใหม่อยากมีบ้านหลังแรก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผม Mr.Bell กลับมาแบ่งบันความรู้ เรื่องการซื้อบ้านอีกครั้ง หลายคนในที่นี้คงจะมีความฝันอยากจะซื้อบ้านเป็นของตนเอง อยากจะมีชื่อของตนเองต่อท้ายคำว่าเจ้าบ้านอยู่บนทะเบียนบ้านเล่มใหม่ เป็นฝันที่มีความสุขจริงๆครับ แล้วจะทำอย่างไรล่ะครับถึงจะทำให้ความฝันนั้นให้เป็นจริง คำตอบสั้นๆคือ “ต้องมี งอ เงิน” ครับ

ซื้อบ้าน

วันนี้ขออนุญาตสมมุติให้เพื่อนนอนหลับไป แล้วฝันว่าได้อยู่บ้านหลังใหม่ มีสวนดอกไม้สวยอยู่หน้าบ้าน ภายในหมู่บ้านมีพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ พอตื่นเช้าขึ้นมาปรากฎว่าเรานอนอยู่บนที่นอนในบ้านเช่าหลังเก่า นี่หน่า 555 อย่ารอช้าครับมาดูกันครับว่า ถ้าอยากจะมีบ้านอย่างในฝันเมื่อคืนที่ผ่านมาต้องเตรียมตัว วางแผนชีวิต และมีหลักในการซื้อบ้านอย่างไรบ้าง

ต้องเก็บเงิน

ขอเปิดประเด็นเรื่องของเงินเก็บก่อนละกันนะครับ ใครที่อยากจะซื้อบ้านสิ่งแรกที่ควรจะต้องทำคือเก็บเงินจากรายได้ส่วนหนึ่งออมไว้ครับ แล้วถามว่าจะให้เก็บเงินอย่างไรให้ได้เท่ากับราคาบ้านตั้งหลักล้าน เงินเดือนก็แค่ 15,000 – 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผ่อนรถ ผ่อนหนี้บัตรเครดิตที่เกิดจากความอยากได้ของเรา ก็จะหมดเงินแล้ว T_T ปัจจุบันทาวน์โฮม 2 ชั้นก็เริ่มกันที่ราคาล้านบาทกว่าๆ ทาวน์โฮม 3 ชั้น ก็ต้องมีเงินระดับ 3 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านเดี่ยว 2 ชั้นไม่ต้องพูดถึงครับ 3 ล้านบาทปลายๆก็ขอให้ซื้อได้เถอะครับ โอ้เหนื่อยเลย

อย่าเพิ่งท้อครับไม่ได้บอกให้เพื่อนๆซื้อเงินสดซ่ะหน่อย ไม่ต้องเก็บเงินเท่ากับราคาบ้านก็ได้ครับ แต่หากเก็บได้ก็ถือว่าชาติที่แล้วทำบุญมาเยอะครับ เดี๋ยวนี้คงต้องพึ่งพาอาศัยธนาคารครับ ขอกู้เพื่อซื้อบ้านครับ แต่เราต้องเก็บเงินเพราะในการซื้อบ้านหลังใหม่นั้นมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกเยอะเลยครับ นอกเหนือจากราคาบ้านที่ทางโครงการติดป้ายขายไว้ตาม 2 ข้างถนน หรือตาม Banner บนเว็บไซต์

เงินเก็บก้อนแรก สำหรับวางเงินดาวน์และเงินจองกับโครงการอย่างน้อยๆ 10% – 20% ของราคาบ้านที่สนใจ เงินก้อนนี้หลักแสนนะครับเพื่อนๆ สู้ๆ

เงินเก็บก้อนที่ 2 สำหรับค่าจดจำนองและโอนกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดิน เงินก้อนนี้หลักหมื่นครับ ยังมีอีกครับ

เงินก้อนที่ 3 สำหรับเงินค่าส่วนกลาง ส่วนใหญ่แล้วทางแต่ละโครงการจะเรียกเก็บล่วงหน้าเป็นเวลา 1 – 3 ปี คิดราคาตามพื้นที่ดินของบ้านต่อตารางวาต่อเดือน เงินก้อนนี้หลักหมื่นครับ

เงินเก็บก้อนที่ 4 สำหรับเรื่องของประกันมิเตอร์น้ำประปาและไฟฟ้า ใช้เงินประมาณหลักพันบาทครับ

เงินเก็บก้อนที่ 5 สำหรับทำประกันตัวบ้านกับธนาคารที่เราขอกู้เงินซื้อบ้านครับ เงินส่วนนี้ต้องเตรียมไว้หลักหมื่น จะมากจะน้อยขึ้นกับทุนประกันครับ

ความจริงยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆอีกเยอะครับ เพราะถ้าตัดสินใจซื้อบ้านแล้วคงต้องมีรายจ่ายตามมาอีกเยอะเลยทำใจไว้ก่อนครับ เช่น เงินค่ามุ้งลวดกันยุง เหล็กดัดกันขโมย เครื่องปรับอากาศ ค่าจัดสวนสวยหน้าบ้าน และอีกมากมายครับ แต่ถ้าจ่ายแล้วมีความสุขก็จ่ายเถอะครับไม่ต้องคิดมาก เงินไปเที่ยวเดี๋ยวก็มาใหม่ แลกกับความสุขของตนเองและคนในครอบครัว

เป็นอย่างไรบ้างครับ อ่านแล้วอย่างเพิ่งท้อนะครับ มีค่าโน้นค่านี้เยอะแยะเลย ค่อยๆเก็บเงินไปเรื่อยๆครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

ประเภทของบ้านที่ต้องการซื้อ

สมมุติว่าเพื่อนๆมีความพร้อมเรื่องเงินแล้ว ต่อไปก็ต้องมาตัดสินใจกันครับว่า เราต้องการจะซื้อบ้านแบบไหนดี จะเป็นบ้านเดี่ยวหรือบ้านทาวน์โฮมดี คำถามเหล่านี้ไปถามใครก็ไม่มีคำตอบให้ครับ ต้องถามเงินของเราในธนาคารครับ ล้อเล่นนะครับ เอาเป็นว่าหากกำลังทรัพย์ถึงเรามาดูปัจจัยต่างๆที่จะเป็นตัวตัดสินใจว่าเพื่อนๆจะเลือกอยู่บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมกันดี

ปัจจัยแรก แน่นอนครับว่าบ้านเดี่ยวต้องแพงกว่าบ้านทาวน์โฮมแน่นอน ใครรักชอบบ้านเดี่ยวต้องเตรียมเงินเยอะหน่อยครับ เพราะได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่บริเวณภายนอกบ้านซึ่งมากกว่าบ้านทาวน์โฮม

ปัจจัยที่สอง จำนวนสมาชิกในครอบครับ หากครอบครัวเล็กๆ ซื้อทาวน์โฮมอยู่ก็พอครับ หากครอบครัวมีลูกหลานเยอะก็คงต้องเพิ่มขนาดเป็นบ้านเดี่ยว

ปัจจัยที่สาม จำนวนรถยนต์ของเราครับ หากมีรถยนต์ 1 คัน เลือกทาวน์โฮมก็ได้ครับ หากมีรถยนต์เยอะๆ มากกว่า 2 คัน ผมแนะนำเป็นบ้านเดี่ยวครับ จะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนจอดรถหน้าบ้านคนอื่น หรือหน้าบ้านเราเอง ทำให้ถนนในซอยหน้าบ้านแคบครับ

ปัจจัยที่สี่ หากเพื่อนชอบความเป็นส่วนตัว ผมแนะนำบ้านเดี่ยวครับ เพราะตัวบ้านมีรั้วรอบขอบชิด ไม่เหมือนทาวน์โฮมที่ต้องมีผนังทั้ง 2 ด้านติดกับคนอื่น บางครั้งการทำกิจกรรมที่ส่งเสียงดัง ก็จะต้องเกรงใจเพื่อนบ้านทั้งซ้ายและขวาของเรา แต่ถ้าหากเพื่อนๆโชคร้ายไปเจอข้างบ้านชอบแต่งรถยนต์ แต่งเครื่องเสียง ชอบเลี้ยงสัตว์ส่งเสียงดัง มีกลิ่นเหม็น ถ่ายเลอะเทอะ ชอบเมาเหล้าส่งเสียงดัง ชอบสูบบุหรี่ และอื่นๆ ก็ต้องทำใจครับเพราะเป็นอาณาบริเวณบ้านของเค้า เราไม่มีสิทธิ์ครับ คงต้องหาทางทำความเข้าใจกันอีกยาวครับ บางคนเจอปัญหาเหล่านี้ถึงกับอยากจะย้ายบ้านหนีก็มีครับ แต่เชื่อผมครับไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอก ทุกปัญหามีทางออกเสมอ

หวังว่าทั้ง 4 ประการข้างต้นน่าจะมีประโยชน์ในการตัดสินใจที่จะเลือกซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมครับ

Tips [ อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบประมาณหรือชอบทำเลที่ตั้ง แต่ไม่มีบ้านโครงการใหม่ๆ สร้างขึ้นเลย บ้านมือสอง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆครับ หลักในการเลือกว่าจะซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมที่เป็นบ้านมือสองก็คล้ายกับ 4 ประการข้างต้น แต่เพื่อนๆต้องเพิ่มเติมในส่วนของสภาพใหม่เก่าของตัวบ้าน + ค่าซ่อมแซมบ้าน ด้วยครับว่าเหมาะสมกับราคาขายหรือไม่ด้วยครับ แถมอีกนิด บ้านมือสองเราสามารถทราบว่าบ้านที่ติดกับเราเป็นใครทำอาชีพอะไรคร่าวๆได้ก่อนตัดสินใจซื้อด้วยครับ แต่เราต้องเทียวไปดู หลายๆ ครั้งและ ต่างเวลา ต่างวันก็ดีครับ เช่น ไปดูช่วงเช้าหรือเย็นของวันทำงาน  หรือช่วงบ่าย หรือเย็นของวันหยุด ก็จะทำให้เราทราบเพื่อนบ้านก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อครับ]

หากเพื่อนๆสนใจต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านแบบต่างๆ สามารถคลิกอ่านต่อได้ที่นี่ครับ จะซื้อคอนโด ทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยวดีน้า

ทำเลที่ตั้ง

หลายคนอาจมีคำถามว่า ”ผม/ดิฉัน มีเงินจำนวนที่โน้นที่นี้ จะเลือกซื้อบ้านที่ไหนดี” คำตอบของคำถามอยู่ที่ว่าในชีวิตประจำวันของเพื่อนๆใช้ชีวิตอยู่ย่านไหนมากที่สุด ถนัดการใช้ถนนหนทางหรือเส้นทางลัดใดมากที่สุด นั่นแหละครับคือเป้าหมายใหญ่ๆที่เพื่อนๆจะได้ลงหลักปักฐานกัน

จากนั้นก็จะต้องมาดูว่าย่านที่เพื่อนๆสนใจนั้นมีซอยไหนที่น่าอยู่บ้าง ซอยที่น่าอยู่ในความหมายของผมเป็นอย่างไร

  • เริ่มจากถนนทั้งขาเข้าและขาออกโครงการรถยนต์ควรวิ่งสวนกันได้อย่างสบายๆ ถนนลาดยางหรือเทคอนกรีต
  • ในระยะทางรัศมี 3-5 กม. ควรมีปั๊มน้ำมันตั้งอยู่ ผมเชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงเคยลืมเติมน้ำมัน หากวันไหนน้ำมันรถใกล้หมดแล้วเพื่อนๆเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต้องรีบใช้รถยนต์คงจะใจไม่ดีเป็นแน่ครับ เช่นเดียวกันกับตลาดสดหรือศูนย์อาหารควรตั้งอยู่ในบริเวณอันใกล้โครงการเช่นกันเพราะว่าเป็นเรื่องของปัจจัยสี่ ซึ่งเราต้องทานอาหารทุกวัน หากตลาดอยู่ไกลมากเพื่อนๆจะใช้ชีวิตลำบากมาก
  • มีรถประจำทางสาธารณะวิ่งผ่านในซอยหรือปากซอยก็จะดีครับ เผื่อกรณีเพื่อนๆไม่มีรถใช้งาน จะได้ใช้บริการรถเมล์หรือมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้
  • น้ำท่วมครับ กรณีนี้ไม่ได้รวมถึงน้ำท่วมจากอุกทกภัยใหญ่นะครับ เป็นเรื่องของน้ำท่วมในซอย เนื่องจากระบายน้ำไม่ทันหรือเกิดน้ำทะเลหนุน มีหลายซอยในกรุงเทพนะครับเพื่อนๆ ที่เกิดปัญหาน้ำระบายไม่ทัน ก่อนซื้อบ้านตรวจสอบกับคนพื้นที่ก่อนจะดีมากครับ
  • โครงการอยู่ใกล้โรงงาน แหล่งน้ำเน่าเสีย และแหล่งทิ้งขยะ ลองสำรวจดูว่ามีกลิ่นเหม็นจากสารเคมีหรือไม่ ส่งเสียงดังหรือเปล่า ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนนะครับ เพราะส่วนใหญ่โรงงานบางประเภททำงานตอนกลางคืนก็มีครับ

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไม่ยากครับ เพียงเราใช้ความสังเกตสักนิดอย่าเอาความอยากได้มาบังตา ก็จะสามารถซื้อของดี มีคุณภาพได้ หากสนใจเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องของทำเลที่ตั้งของบ้าน เพื่อนๆสามารถอ่านต่อได้ที่นี่ครับ http://www.paidobaan.com/home-location/ ถ้าชอบช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้า

สภาพแวดล้อมภายในโครงการ

อันดับหนึ่งซึ่งจำเป็นที่สุดสำหรับการเลือกสภาพแวดล้อมภายในโครงการคือระบบรักษาความปลอดภัยครับ หากเลือกได้หน้าโครงการควรมีป้อมยามเพื่อกรองคนเข้าออกโครงการครับ อาจใช้เป็นระบบสติ๊กเกอร์หน้ารถยนต์ หรือระบบ Key Card Access ก็ได้ครับ

Tips [ เพื่อนๆ รู้ไหมครับบ้านที่ถูกขโมยของ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ไม่สามารถควบคุมคนเข้าออกโครงการได้ รถใครมาก็ให้ผ่านเข้าออกได้สบายๆ นั่นหล่ะครับรูรั่วช่องโตเลย ทรัพย์สินในบ้านท่านจะหายได้ พี่โจรไม่ได้มากลางคืนนะครับ เดี๋ยวนี้เค้าขโมยกันกลางวันนี่หละครับ เนียนดี เพราะเราไม่อยู่บ้านไปทำงาน เพื่อนบ้านก็นึกว่าโจรเป็นญาติเรามาเที่ยวหา สุดท้ายขนไปหมดเลย อย่าลืมว่าสังคมกรุงเทพบางพื้นที่อยู่กันแบบตัวใครตัวมัน อยู่บ้านติดๆกันบางครั้งยังไม่รู้จักกันเลยก็มีครับ แล้วใครจะมาช่วยเป็นหูเป็นตาให้คุณเล่า ผมแนะนำในอนาคตหากซื้อบ้านแล้วผูกมิตรกับเพื่อนบ้านไว้จะดีที่สุดครับ เพราะเค้าคือระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดของเราเลยครับ ]

นอกจากเรื่องความปลอดภัยข้างต้นแล้ว มาพูดถึงเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการกันบ้าง เริ่มจากพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น ฟิตเนต หากโครงการที่เพื่อนๆสนใจจะซื้อมีพื้นที่เหล่านี้ก็ถือว่าดีมากครับ เหมือนกับซื้อบ้านพร้อมซื้อบรรยากาศดีๆภายในโครงการไปด้วยในตัว แต่สำหรับกลุ่มคนที่เช้าออกทำงาน มืดกลับถึงบ้านทานข้าวอาบน้ำเข้านอน พื้นที่เหล่านี้ก็อาจไม่จำเป็นครับ ขึ้นกับความชอบส่วนตัวของคนในครอบครัวครับ

คุณภาพของบ้าน

เรื่องของคุณภาพของตัวบ้านก็เป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่จะนำมาพิจารณาเลือกซื้อบ้านครับ แต่ส่วนใหญ่แล้ววัสดุก่อสร้างจะตามราคาบ้านครับ ซื้อบ้านราคาไม่สูงมากจะเอาวัสดุคุณภาพเท่าบ้านราคาหลายล้านก็ไม่ได้ครับ อันนี้ต้องทำใจไว้แต่แรกเลย เว้นแต่ว่าบ้านราคาแพงเพราะที่ดินบริเวณที่ตั้งโครงการแพงครับ

เรามาดูกันครับว่าบ้านในฝันของเราน่าจะมีฟังก์ชั่นและใช้วัสดุอะไรบ้าง

ผนังตัวบ้านก่ออิฐมวลเบาหรืออิฐมอญ บ้านของเพื่อนจะคงทนผนังบ้านรับแรงแขวนแรงยึดได้ดี สามารถรื้อทุบต่อเติมได้ง่ายครับ

หลังคาติดแผ่นสะท้อนความร้อน น่าสนใจครับ หากบ้านเราติดแผ่นสะท้อนความร้อนจะช่วยเรื่องลดความร้อนในตัวบ้านยามบ่ายได้เยอะเลยครับ เป็นการประหยัดพลังงานไปในตัวด้วยครับ

กระจกเขียวตัดแสง ตัวนี้ช่วยเรื่องของลดความร้อนสะท้อนเข้ามาในตัวบ้านได้ดีทีเดียวครับ

พื้นชั้นบนของบ้านส่วนใหญ่ ทุกโครงการจะปูตัวพื้นไม้ลามิเนต ตรงนี้ต้องดูให้รอบคอบครับ ช่างอาจวางพื้นไม่เท่ากันทำให้มีเสียงดังระหว่างเดินครับ

Tips [ ในกรณีถึงเวลาตรวจรับบ้าน หากเพื่อนๆไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แนะนำให้จ้างผู้มีความรู้มาตรวจรับบ้านจะดีที่สุดครับ เพื่อที่จะได้ QC งานแทนเราครับ ผู้ตรวจรับบ้านจะเป็นกันชนระหว่างตัวเรากับโครงการและผู้รับเหมาได้เป็นอย่างดี เราจะได้บ้านที่มีคุณภาพและงานเรียบร้อย ไม่ต้องมีปัญหาให้แก้ไขกันบ่อยครั้งครับ ]

ขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน

มาถึงเรื่องสุดท้ายที่เราจะคุยกันในบทความการซื้อบ้านจัดสรรแล้วครับ ถึงแม้เพื่อนๆจะสามารถเลือกบ้านบนทำเลดีๆ คุณภาพบ้านยอดเยี่ยม มีเงินเก็บ 10-20 % ของราคาบ้านที่ต้องการซื้อเพื่อนำไปจองและดาวน์บ้าน แต่ถ้าหากรายได้หรือเงินเดือนของเพื่อนๆ เมื่อนำมาคำนวณแล้วไม่ถึงวงเงินกู้ซื้อบ้าน ก็คงจะเกิดความเครียดเป็นแน่ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขอแนะนำให้เพื่อนๆเลือกซื้อบ้านในราคาที่เหมาะสมกับรายได้ของตนเองและครอบครัว “นกน้อยสร้างรังแต่พอตัว” ดีกว่าครับ การใช้ชีวิตจะสดใสและมีความสุขทุกวัน

โดยประมาณแล้วพนักงานบริษัทหรือผู้ที่มีรายรับต่อเดือนประมาณ 20,000 บาท จะสามารถขอกู้เงินได้ในวงเงินประมาณ 1 ล้านบาทครับ เพื่อนๆก็ลองเปรียบเทียบดูครับว่า เงินเดือนของเราประมาณนี้จะสามารถซื้อบ้านระดับราคาเท่าไรดี เวลาไปขอกู้เงินซื้อบ้านกับธนาคารจะได้ผ่านแบบไร้เงื่อนไขครับ

สำหรับเพื่อนบางคนอาจเคยลองยื่นกู้ซื้อบ้านแล้วถูกปฎิเสธกลับมา เหตุผลหลักง่ายๆเลยคือ รายได้ของเพื่อนๆ ไม่เพียงพอครับ บางคนเงินเดือนเยอะจริงๆยอมรับครับ แต่พอไปตรวจสอบเครดิตบูโรแล้วปรากฎว่า หนี้บัตรเครติดต่อเดือน+เงินผ่อนรถหรู+รายจ่ายต่อเดือนเยอะมากๆครับ พอมาถึงเวลาจะซื้อบ้านคำนวณแล้วเงินพอส่งค่างวดบ้านหลังที่จะซื้อพอดีเลยครับ แต่ในขณะเดียวกันเงินเหลือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่อเดือนกลับไม่เพียงพอ แบบนี้ธนาคารก็ไม่อยากปล่อยกู้ให้เราแน่ๆครับ เพราะกลัวจะเป็นหนี้เสียครับ

แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ คำตอบคือเราต้องมีสุขภาพทางการเงินที่ดี มีระเบียบวินัยในการใช้เงิน อีกทั้งสามารถระบุที่มาที่ไปของเงินรายได้ชัดเจน เช่นหากมีเงินเดือนก็ควรมีสลิปเงินเดือนรับรอง และ Update สมุดบัญชีเงินฝากทุกเดือนที่เงินเดือนเข้า หรือถ้าหากค้าขายก็ควรมีทะเบียนการค้า เงินเดือนบัญชีทุกเดือน และใบเสร็จรับเงินเป็นต้น ทำอย่างไรก็ได้ที่จะแสดงให้ธนาคารเห็นว่าเราสามารถชำระหนี้ให้เค้าได้ตลอดอายุสัญญา 25-30 ปีครับผม

หากเพื่อนสนใจเกี่ยวกับเรื่องการกู้เงินซื้อบ้านลองศึกษาเพิ่มเติมที่นี่ครับ -> กู้เงินซื้อบ้าน จะผ่านไหม มาเช็คตัวเองเบื้องต้นกันเถอะ

ส่วนบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย้งินกู้ -> อัพเดท! อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารต่างๆ ลองคลิกอ่านเพิ่มเติมดูครับ

สุดท้ายผมขออวยพรให้เพื่อนๆสามารถซื้อบ้านในฝันได้ภายในเร็ววัน เร็วคืนนะครับ ใครสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ก่อน อย่าลืมมาแบ่งกันเทคนิคดีๆได้ที่ Comment ด้านล่างครับ ด้วยความยินดี หรือถ้าหากเพื่อนๆมีคำถามต้องการปรึกษาเราหรือเพื่อนในเว็บไซต์ไปดูบ้านดอทคอม ขอเชิญที่ Comment ด้านล่างเช่นกันครับ ด้วยความยินดี

2 Comments

  • Thanat Anantasomboon says:

    สวัสดีครับ ผมขอรบกวนและขอคำชี่แนะหน่อยเพื่อเป็นความรู้เพิ่มเติ่ม จากที่อ่านวิธีการซื้อบ้านหลังแรกและการแนะนำต่างๆของทางนี้ มีประโยชน์มากครับ แต่มีเรื่องจะขอชี้แนะให้หน่อยสำหรับคนที่อยากมีบ้านหลังแรกก่อนตายครับ เพราะตลอด30กว่าปีอยู่แต่คอนโดเก่าๆกับลูกชายและลูกสาวครับ และในระยะอันใกล้นี้เราก็อยากขยับขยายออกจากตรงนี้ กำลังมองๆบ้านที่มีราคาไม่เกินล้านห้าบวกลบนิดหน่อย แต่กำลังมองๆหาอยู่ แต่ที่ได้อ่านวิธีดูบ้านและการเช็คบ้านทางเราไม่ค่อยมีความถนัดตรงนี้เลย พอมาเปิดอ่านเจอคำแนะนำดีๆจากทางนี้ก็พึ่งทราบว่า มีอาชีพรับดูและเช็บ้านแทนเราด้วย (ไม่รู้มาก่อน) เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ คือผมคิดของผมอย่างนี้ครับ เรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่งแล้วถ้าเราได้บ้านที่เราคิดว่ามันพอกับกำลังเงินเราๆก็จ่ายสดไปโดยไม่ต้องทำตามขั้นตอน123อย่างที่คุณแนะนำ และหลังจากนั้นเอาโอนบ้านอะไรเรียบร้อยเราก็เอาบ้านเข้าธนาคารนำเงินออกมาส่วนที่ธนาคารจะประเมิณแล้วนำเงินนั้นไปต่อยอดทางอื่นอีกผมหมายถึงเราก็ยัง้อาเงินมาตกแต่งบ้านอะไรๆได้ครับ แบบนี้คิดว่าเป็นทางคิดที่ดีรึไมีดีอย่างไงครับ เพราะโดยลำพังแล้วตัวผมเองคงกู้ผ่านธนาคารคงทำไม่ได้เพราะอายุก็50แล้ว ที่คิดแบบนี้ก็อยากเอาไว้ให้ลูกเค้ามีบ้าน พอเอาเค้าธนาคารก็ให้เป็นชื่อลูกในการกู้แล้วเค้าก็ผ่อนต่อไปเพราะอายุลูกก็ยังน้อยพึ่งจะ21 อย่างไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากๆครับ

  • Theera Sriprasat says:

    มีประโยชน์ สาระมากๆครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *