แชร์ประสบการณ์ติดผ้าม่าน

วันนี้มาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องชวนเสียตังค์อีกแล้วครับเพื่อนๆ เมื่อตกแต่งบ้านเสร็จแล้ว มองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนชั้นบน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ดูโล่งๆครับเพราะยังไม่มีผ้าม่านเลยครับ จึงมองหาร้านผ้าม่านใกล้ๆบ้านครับ วันนั้นมีงบประมาณในการซื้อผ้าม่านในใจ 15,000 บาท สำหรับติดผ้าม่านทั้งหมด 6 ชุด คือในห้องนอนชั้นบน 3 ห้องใช้ผ้าม่าน 4 ชุดและชั้นล่างที่ประตูใหญ่ 1 ชุด หน้าต่างหน้าบ้าน 1 ชุดมารอฟังผลกันครับว่างบประมาณจะพอไหม

ได้เข้าไปสอบถามกับทางร้านผ้าม่านครับ ก่อนอื่นเลยครับทางร้านนำเสนอให้เลือกลายผ้าม่านและชนิดของผ้าม่านก่อนครับ

เลือกผ้าม่านอย่างไรฟังกันครับ

เนื้อผ้าม่านของที่นี่มี 2 แบบครับคือแบบกันแสงได้ครับและแบบที่เป็นลวดลายธรรมดากันแสงไม่ได้ ผมจึงเลือกแบบกันแสงได้ไว้สำหรับห้องนอนชั้นบนครับ ข้อดีของแบบกันแสงได้คือเราไม่ต้องกังวลว่าถ้าเราเลือกผ้าม่านสีอ่อนๆมาแล้วตอนกลางคืนเปิดไฟจะโป่งแสงหรือตอนเช้าแดดจะส่องผ่านมากเกินไป แต่ก่อนผมมีความคิดว่าต้องเลือกผ้าม่านสีเข้มๆ ผ้าหนาๆเท่านั้นครับ

สงสัยไหมครับว่าแล้วทำไมผ้าถึงกันแสงได้ล่ะ ผมถามเจ้าของร้าน เค้าจึงเอาตัวอย่างผ้ามาให้ดูครับ คือว่าเค้าทอผ้าที่เป็นด้ายสีดำไว้แกนกลางครับจากนั้นทอผ้าที่เป็นสีสันทับอีกทีครับจึงกันแสงได้ ก็ไม่มีหลักการใดๆที่ซับซ้อนครับ ราคาก็ตกหลาละ 490 บาท (1 หลามี 90 เซนติเมตรนะครับ) ก็แอบแพงอยู่ในใจเหมือนกันครับ

ในส่วนชุดม่านสำหรับชั้นล่างผมเลือกผ้าธรรมดาครับ อีกทั้งยังสามารถเลือกลายจากที่ทางร้านเค้าจัดโปรโมชั่นด้วยครับ จะได้ประหยัดงบประมาณลงอีกนิดครับ ใช้งานได้เหมือนกันครับ ดูดี ราคาก็ตกหลาละ 260 บาท ครับ

หลังจากที่ได้เนื้อผ้าแล้ว ก็เลือก Style ว่าจะติดผ้าม่านในลักษณะใดดี ผมเลือกเป็นผ้าม่านแบบจับจีบแต่ไม่รีดจีบครับ ปล่อยไว้ให้ผ้าทิ้งน้ำหนักตัวเองดูคลาสสิกดีครับ ใช้เวลา 3-4 วันครับกว่าผ้าจะทิ้งตัวขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าด้วยครับเจ้าของร้านบอกมาครับ

รางผ้าม่าน

ผมเลือกเป็นรางโลหะลายไม้ทุกชุดเลยครับ เนื่องจากชอบที่เวลาเลื่อนผ้าม่านแล้วลื่นดีครับ ตัวห่วงที่คล้องกับรางไม้เลื่อนแล้วไม่ติดขัดครับ อีกทั้งรางผ้าม่านยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย ทำลายได้ใกล้เคียงลายไม้จริงๆมากครับ

ประเมินงบ

หลังจากที่เลือกผ้าม่านและรางเรียบร้อยแล้ว เจ้าของร้านก็มาลงพื้นที่จริง มาวัดขนาดของม่านแต่ละชุดและทำการประเมินราคาให้ครับ ปรากฏว่าห้องนอนชั้นบน 3 ห้องนอน ใช้ม่านจำนวน 4 ชุด ราคา 15,000 บาทครับ ส่วนชั้นล่างอีก 2 ชุดราคา 8,900 บาทครับ รวมต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 23,900 บาท สรุปเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ครับ แต่ว่าไม่มีอะไรอยู่เหนือกิเลสได้สำหรับ คนธรรมดาอย่างผมสรุปก็ยอมจ่ายครับ ก็ทำการจ่ายเงินค่ามัดจำ รอติดตั้ง 1 สัปดาห์ครับ

มาดูการติดตั้งผ้าม่านกันครับ

ผมเก็บภาพมาฝากครับ

ติดม่าน

พี่ช่างผ้าม่านมาทำการวัดขนาดความกว้างยาวและความยาวของหน้าต่างครับ

ติดรางผ้าม่าน

ใช้สว่านเจาะรูเพื่อยึดรางกับผนังไว้ด้วยกันครับ คนหนึ่งเจาะ อีกคนดูดฝุ่นเพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่เจาะด้วยสว่านเลอะบ้านครับ

ติดรางผ้าม่าน

ขยันขันแข็ง สามัคคี ทำงานครับ พี่ช่างทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันดีครับ ทำการเจาะรู ดูดฝุ่น ใส่พรุ ไขน็อต เพื่อเตรียมติดตั้งรางผ้าม่านครับ

รางผ้าม่านลายไม้

นำรางผ้าม่านลายไม้ขึ้นติดตั้งครับ ร้อยห่วงที่ใช้ยึดตัวม่านให้เรียบร้อย

ติดผ้าม่าน

นำผ้าม่านติดตั้งเข้ากับห่วงและรางของผ้าม่านครับ

ติดม่านเสร็จแล้ว

ในที่สุดก็ติดตั้งผ้าม่านจนเสร็จครับ

จับจีบผ้าม่าน

ขึ้นตอนสุดท้ายครับ จับจีบม่านแล้วรวบไว้ อย่าเพิ่งแกะใช้งานสัก 3 วันครับเพื่อให้ผ้าเป็นจีบและทิ้งตัวตรงลงมาครับ วันแรกมาผ้าแข็งมากครับ สักพักผ้าจะนิ่มทิ้งตัวดีครับ วันนี้ขอลาไปก่อนครับ โอกาสหน้า www.paidobaan.com จะนำเรื่องราว ประสบการณ์ เทคนิคดีๆ ภายในและนอกบ้านมาแบ่งบันกันอีกครับวันนี้มาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องชวนเสียตังค์อีกแล้วครับเพื่อนๆ เมื่อตกแต่งบ้านเสร็จแล้ว มองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนชั้นบน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ดูโล่งๆครับเพราะยังไม่มีผ้าม่านเลยครับ จึงมองหาร้านผ้าม่านใกล้ๆบ้านครับ วันนั้นมีงบประมาณในการซื้อผ้าม่านในใจ 15,000 บาท สำหรับติดผ้าม่านทั้งหมด 6 ชุด คือในห้องนอนชั้นบน 3 ห้องใช้ผ้าม่าน 4 ชุดและชั้นล่างที่ประตูใหญ่ 1 ชุด หน้าต่างหน้าบ้าน 1 ชุดมารอฟังผลกันครับว่างบประมาณจะพอไหม

ได้เข้าไปสอบถามกับทางร้านผ้าม่านครับ ก่อนอื่นเลยครับทางร้านนำเสนอให้เลือกลายผ้าม่านและชนิดของผ้าม่านก่อนครับ

เลือกผ้าม่านอย่างไรฟังกันครับ

เนื้อผ้าม่านของที่นี่มี 2 แบบครับคือแบบกันแสงได้ครับและแบบที่เป็นลวดลายธรรมดากันแสงไม่ได้ ผมจึงเลือกแบบกันแสงได้ไว้สำหรับห้องนอนชั้นบนครับ ข้อดีของแบบกันแสงได้คือเราไม่ต้องกังวลว่าถ้าเราเลือกผ้าม่านสีอ่อนๆมาแล้วตอนกลางคืนเปิดไฟจะโป่งแสงหรือตอนเช้าแดดจะส่องผ่านมากเกินไป แต่ก่อนผมมีความคิดว่าต้องเลือกผ้าม่านสีเข้มๆ ผ้าหนาๆเท่านั้นครับ

สงสัยไหมครับว่าแล้วทำไมผ้าถึงกันแสงได้ล่ะ ผมถามเจ้าของร้าน เค้าจึงเอาตัวอย่างผ้ามาให้ดูครับ คือว่าเค้าทอผ้าที่เป็นด้ายสีดำไว้แกนกลางครับจากนั้นทอผ้าที่เป็นสีสันทับอีกทีครับจึงกันแสงได้ ก็ไม่มีหลักการใดๆที่ซับซ้อนครับ ราคาก็ตกหลาละ 490 บาท (1 หลามี 90 เซนติเมตรนะครับ) ก็แอบแพงอยู่ในใจเหมือนกันครับ

ในส่วนชุดม่านสำหรับชั้นล่างผมเลือกผ้าธรรมดาครับ อีกทั้งยังสามารถเลือกลายจากที่ทางร้านเค้าจัดโปรโมชั่นด้วยครับ จะได้ประหยัดงบประมาณลงอีกนิดครับ ใช้งานได้เหมือนกันครับ ดูดี ราคาก็ตกหลาละ 260 บาท ครับ

หลังจากที่ได้เนื้อผ้าแล้ว ก็เลือก Style ว่าจะติดผ้าม่านในลักษณะใดดี ผมเลือกเป็นผ้าม่านแบบจับจีบแต่ไม่รีดจีบครับ ปล่อยไว้ให้ผ้าทิ้งน้ำหนักตัวเองดูคลาสสิกดีครับ ใช้เวลา 3-4 วันครับกว่าผ้าจะทิ้งตัวขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าด้วยครับเจ้าของร้านบอกมาครับ

รางผ้าม่าน

ผมเลือกเป็นรางโลหะลายไม้ทุกชุดเลยครับ เนื่องจากชอบที่เวลาเลื่อนผ้าม่านแล้วลื่นดีครับ ตัวห่วงที่คล้องกับรางไม้เลื่อนแล้วไม่ติดขัดครับ อีกทั้งรางผ้าม่านยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย ทำลายได้ใกล้เคียงลายไม้จริงๆมากครับ

ประเมินงบ

หลังจากที่เลือกผ้าม่านและรางเรียบร้อยแล้ว เจ้าของร้านก็มาลงพื้นที่จริง มาวัดขนาดของม่านแต่ละชุดและทำการประเมินราคาให้ครับ ปรากฏว่าห้องนอนชั้นบน 3 ห้องนอน ใช้ม่านจำนวน 4 ชุด ราคา 15,000 บาทครับ ส่วนชั้นล่างอีก 2 ชุดราคา 8,900 บาทครับ รวมต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 23,900 บาท สรุปเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ครับ แต่ว่าไม่มีอะไรอยู่เหนือกิเลสได้สำหรับ คนธรรมดาอย่างผมสรุปก็ยอมจ่ายครับ ก็ทำการจ่ายเงินค่ามัดจำ รอติดตั้ง 1 สัปดาห์ครับ

มาดูการติดตั้งผ้าม่านกันครับ

ผมเก็บภาพมาฝากครับ

ติดม่าน

พี่ช่างผ้าม่านมาทำการวัดขนาดความกว้างยาวและความยาวของหน้าต่างครับ

ติดรางผ้าม่าน

ใช้สว่านเจาะรูเพื่อยึดรางกับผนังไว้ด้วยกันครับ คนหนึ่งเจาะ อีกคนดูดฝุ่นเพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่เจาะด้วยสว่านเลอะบ้านครับ

ติดรางผ้าม่าน

ขยันขันแข็ง สามัคคี ทำงานครับ พี่ช่างทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันดีครับ ทำการเจาะรู ดูดฝุ่น ใส่พรุ ไขน็อต เพื่อเตรียมติดตั้งรางผ้าม่านครับ

รางผ้าม่านลายไม้

นำรางผ้าม่านลายไม้ขึ้นติดตั้งครับ ร้อยห่วงที่ใช้ยึดตัวม่านให้เรียบร้อย

ติดผ้าม่าน

นำผ้าม่านติดตั้งเข้ากับห่วงและรางของผ้าม่านครับ

ติดม่านเสร็จแล้ว

ในที่สุดก็ติดตั้งผ้าม่านจนเสร็จครับ

จับจีบผ้าม่าน

ขึ้นตอนสุดท้ายครับ จับจีบม่านแล้วรวบไว้ อย่าเพิ่งแกะใช้งานสัก 3 วันครับเพื่อให้ผ้าเป็นจีบและทิ้งตัวตรงลงมาครับ วันแรกมาผ้าแข็งมากครับ สักพักผ้าจะนิ่มทิ้งตัวดีครับ วันนี้ขอลาไปก่อนครับ โอกาสหน้า www.paidobaan.com จะนำเรื่องราว ประสบการณ์ เทคนิคดีๆ ภายในและนอกบ้านมาแบ่งบันกันอีกครับ

1 Comment

  • เงาะ says:

    วันนี้ได้ติดผ้าม่านเสร็จแล้ว หลังจากที่หาร้านผ้าม่านมานาน ได้คำแนะนำจากคุณนุช เพื่อนในโลกอินเตอร์เน็ต ให้เบอร์ช่างติดผ้าม่านดีๆ ซึ่งก่อนหน้านี้หาช่าง ให้ช่างร้านอื่นมาลองตีราคา 2-3 เจ้า 25000 up ทุกเจ้าเลย บ้านเงาะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว 3 ห้องนอน หน้าต่างก็ 7บาน ประตู 1 บาน เงาะเอาเป็นแบบม่าบจีบโชว์ราง เป็นไม้สัก คุณปรีชาช่างผ้าม่านคิด 18800 บาท ซึ่งเงาะเลือกผ้าแบบหนาในห้องนอน (ต้องการแบบทึบ) และผ้าลายในห้องที่เหลือ ลุงเค้าไม่เอามัดจำ แถมติดเสร็จลดราคาให้อีก 300 บาท ลุงบอกว่าทำกันเองในครอบครัว เมียเป็นช่างเย็บ ส่วนลุงปรีชาออกตลาด ขายเอง ติดเอง วันแรกที่ลุงมาตีราคา ก็มารถมอเตอร์ไซด์ ขนแบบผ้ามาให้ดูเยอะมากๆ 7-8 แฟ้ม ทั้งรางทั้งผ้า แถมลุงยังประเมินราคาให้ด้วย ถ้าเงาะใช้ผ้าแบบในเล่มที่ถูก ก็ประมาณ 12000 บาทเองค่ะ เงาะเข้าใจคนที่ซื้อบ้าน มีค่าใช้จ่ายเยอะแยะ ตรงไหนประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ขอแนะนะคุณปรีชา เบอร์ 081-9286243 ค่ะ ถ้าไม่แน่ใจลองให้เจ้าอื่นมาตีราคาก่อน ดู code ผ้าที่เลือก แล้วค่อยนัดคุณปรีชามานะคะ คุณจะตกใจกับราคาที่แตกต่างกัน ค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *